กรณีนี้มีคนมากมายถามมาครับ ว่ารู้แล้วว่าทายาทเป็นผู้ใด แต่ใครที่สามารถรับมรดกได้จริงๆ และรับได้เท่าไรตามกฎหมายกำหนด ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ไม่ยาก แต่บางกรณีที่เคยเกิดขึ้น เป็นการตกลงที่ไม่ลงตัวในตัวทายาทเองครับ เขาจึงว่ากันครับว่า ที่ดินมรดก 20 ปี ก็แบ่งกันไม่เสร็จสักที เรามาดูตัวอย่างกันครับผม
ตามกฎหมาย ทายาทของเจ้ามรดกผู้ตาย มีสิทธิรับมรดกก่อนหลังเรียงลำดับดังนี้ครับ
1.ผู้สืบสันดาน(ลูก)
2.บิดา มารดา
3.พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน
4.พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน
5.ปู่ ย่า ตา ยาย
6.ลุง ป้า น้า อา
คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ก็เป็นทายาทโดยธรรมเช่นกัน
โดยการแบ่งนั้น ก็เป็นไปตามลำดับ หากลำดับก่อนยังมีชีวิตอยู่ ลำดับถัดลงไปไม่มีสิทธิในทรัพย์มรดก เว้นแต่หากผู้สืบสันดาน และ บิดามารดายังมีชีวิตอยู่ ให้บิดามารดาได้รับมรดกด้วยเช่นกัน
ในส่วนของคู่สมรสนั้น จะได้รับส่วนแบ่งเท่าใดขึ้นอยู่กับว่าแบ่งมรดกกับทายาทลำดับใด
ทีนี้ลองมาดูตัวอย่างกันครับ
ตัวอย่างแรก กรณี พ่อ แม่ ที่ได้จดทะเบียนสมรสกันอย่างถูกต้องตามกฎหมายและมีบุตรด้วยกัน 2 คน ต่อมาพ่อได้เสียชีวิตลง แต่พ่อนั้นมีเงินมรดกอยู่จำนวน 1 ล้านบาท การแบ่งมรดก อันดับแรกต้องมาดูกันก่อนว่าเป็นสินสมรสหรือไม่ครับ สมมุติว่าไม่เป็นสินสมรส ก็ย่อมเป็นทรัพย์มรดกทั้งหมด ทีนี้ก็มาดูทายาทกัน ว่าเจ้ามรดกนั้นยังมีบิดา-มารดาอยู่หรือเปล่า เพราะบิดาและมารดาสามารถรับมรดกของลูกได้ สมมุติว่า ปู่ กับ ย่า ยังมีชีวิตอยู่ ในกรณีนี้ผู้ที่จะสามารถรับมรดกได้นั้นจะเป็น ปู่ ย่า ลูกชาย ลูกสาว และแม่ หรือภรรยาของเจ้ามรดกนั่นเอง ก็แบ่งมรดกคนละเท่าๆ กันเลยครับ อันนี้ในกรณีที่มรดกนั้นไม่ได้เป็นสินสมรส
แต่ถ้ามรดกนั้นเป็นสินสมรสก็ต้องแบ่งตามนี้คือ แบ่งให้แม่หรือภรรยาเจ้ามรดกครึ่งหนึ่ง ออกก่อนเป็นอันดับแรก แล้วจึงมาแบ่งส่วนที่เหลืออีกครึ่งให้กับทายาทโดยธรรม คือ ปู่ ย่า บุตรชาย บุตรสาว และแม่หรือภรรยาเจ้ามรดกอีกที เป็นจำนวนเท่าๆกัน นี่คือกรณีที่เจ้ามรดกและภริยาจดทะเบียนสมรสกันอย่างถูกต้องตามกฎหมายครับ
กรณีตัวอย่างถัดมานี้ คือ ทั้งเจ้ามรดกและภริยาไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมาย ไม่มีบุตร และมีมรดกอยู่ 1 ล้านบาท ต้องมาดูกันว่าเจ้ามรดกนั้นมีทายาทเป็นใครบ้าง และปรากฏว่าเจ้ามรดกนั้นมีน้องชายร่วมบิดามารดา อยู่หนึ่งคน และมีลุง กับ อา ดังนี้ เงินมรดกทั้งหมดนั้นก็จะตกสู่น้องชายของเจ้าของมรดก ทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียวครับ ลุง กับ อา แม้ยังมีชีวิตอยู่ ก็ไม่มีสิทธิรับมรดกครับ เนื่องจากเป็นทายาทลำดับหลังพี่น้องร่วมบิดามารดาเจ้ามรดก นั่นเอง ส่วนภริยาก็ไม่มีสิทธิรับมรดกเช่นกัน เนื่องจากมิได้เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของเจ้ามรดก
สรุปหลักการเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกง่าย ๆ เลยคือ ต้องดูว่าเจ้ามรดกนั้นได้ทำการจดทะเบียนสมรสหรือเปล่า แล้วมาดูกันครับว่าทายาทที่หลงเหลือมีใครบ้างก็ให้แบ่งมรดกไปตามลำดับนั้นครับ .