การทวงหนี้บัตรเครดิต

ในปัจจุบันนี้บัตรเครดิตได้แผ่หลายอย่างมาก เพราะบางสถาบันนั้นออกให้ได้ไม่ยาก คนก็นิยมใชักัน ใช้ ใช้ ใช้ จนบางครั้งใช้เงินจนเกินตัวใช้อย่างมือเติบ ในทางที่ไม่ก่อประโยชน์ หรือลงทุน จนวันดีคืนดีก็ไม่สามารถชำระคืนได้ตามกำหนดของการผ่อนชำระ ทำให้เจ้าหนี้บางรายต้องทำการฟ้องร้องมากมาย เราจะมาดูกันครับว่าโทษของ หนี้จากบัตรเครดิตนั้นว่ากันอย่างไร แล้วเป็นแบบไหน มาติดตามกันครับ

เหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นกับคนใกล้ตัวลุงหนวด วี (นามสมมุติ) วีได้เป็นหนี้บัตรเครดิตที่แห่งหนึ่ง ปรากฎว่าพอเขาไม่ได้ชำระเป็นเวลาแค่ 2-3 เดือน เท่านั้นก็มีจดหมายที่แปลกๆฉบับหนึ่ง ส่งมาถึงบ้านจ่าหน้าซองถึง วี ชัดเจน เนื้อความในจดหมายนั้น กล่าวว่า จะมีการส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดำเนินคดีข้อหา โกงเจ้าหนี้  แล้วยังจะไปทำการเข้ายึดทรัพย์สินเอาไปให้พอใช้หนี้ และยังจะไปร้องเรียนต่อหัวหน้า ผู้บังคับบัญชาของเขา ว่านายวีเป็นหนี้บัตรเครดิต พร้อมกับไปประจานกับคนอื่นว่า วีนั้นเป็นหนี้แล้วไม่ยอมจ่ายตามเวลา

จุดเด่นข้อบกพร่องที่ควรรู้ก่อนคิดมีบัตรเครดิต (1)

กรณีแบบนี้ที่ได้กล่าวมาทั้งหมด วี จะมีทางออกอย่างไร และ มีกฎหมายข้อบังคับไปทิศทางไหน เจ้าหนี้สามารถทำตามที่พูดมาได้ หรือไม่ เรามาหาข้อสรุปกันครับ

ตามกฎหมายแล้วตอบได้เลยครับ ว่าเจ้าหนี้ไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ทั้งสิ้นครับ เพราะ การเป็นหนี้บัตรเครดิตนั้น เป็นคดีทางแพ่ง ไม่ใช่เรื่องที่ต้องติดคุก ติดตาราง ทางอาญาใดๆทั้งสิ้น เมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ เจ้าหนี้ต้องฟ้องร้องต่อศาล เมื่อศาลมีคำสั่ง พิพากษาให้ใช้หนี้ ลูกหนี้ก็ต้องไปชำระหนี้ตามคำสั่งนั้น แต่ถ้าลูกหนี้ยังไม่ชำระ ฝ่ายเจ้าหนี้ก็จะมีการแต่งตั้งเจ้าพนักงานไปทำการยึดทรัพย์ และ ขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้ ตามปกติวิธีทางแพ่ง แต่ถ้าเกิดว่า บางบุคคลไม่ได้มีทรัพย์สินให้ยึดไว้ได้ ถ้ากรณีที่หนี้ไม่มากนัก เจ้าหนี้อาจรอให้ผ่อนชำระได้นานเป็นเวลา 10 ปี แต่กรณีที่หนี้สินล้นพ้นตัวเป็นล้านๆนั้น เจ้าหนี้สามารถฟ้องร้องให้ผู้เป็นหนี้นั้น เป็นบุคคลล้มละลาย ตามกฎของกฎหมายได้

และกรณีมีทรัพย์สิน และรู้ว่าเจ้าหนี้จะทำการยึด แล้วจึงทำการถ่ายโอนทรัพย์สินให้กับบุคคลอื่นโดยตั้งใจคิดหลบเลี่ยงแบบเจตนา บอกได้คำเดียวเลยครับ หัวหมอแบบนี้ ขาเข้าคุกไปข้างแล้ว เพราะ มีความผิดฐาน “โกงเจ้าหนี้”

สุดท้ายแล้ว ที่บอกว่าจะเอาเราไปประจานต่อผู้อื่นไม่ว่าใครก็ตามนั้น เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิ์ทำได้ เพราะ เป็นการทำให้ผู้นั้นรับความเสื่อมเสียต่อสาธารณะชน มีความผิดฐาน “หมิ่นประมาท”  และ พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558  ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน 2558