คนช่างเมาท์ระวังความผิดข้อหาหมิ่นประมาท

แม้การเมาท์มอยจะเป็นเรื่องแสนสนุกสุดแสนบันเทิงที่ชีวิตขาดไม่ได้ เวลาเพื่อนสนิทมารวมตัวกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป กิจกรรมยอดฮิตที่เกิดขึ้นง่ายดายที่สุดก็คือการเมาท์มอย เมาท์กันเองรู้กันเองในกลุ่มก็ไม่เท่าไร แต่หากการเมาท์ได้ล่วงรู้ไปถึงหูของคนที่เราเอ่ยถึงเขาในแง่ไม่ดี ไม่ว่าจะในรูปแบบมีคนคาบข่าวไปบอก หรือเขาอ่านเจอข้อความที่เราเขียนลงโซเชียลเน็ตเวิร์คคนอ่านกันอย่างกว้างขวาง  หากเขาไม่ว่าอะไรก็แล้วไป แต่ถ้าเขาจะเอาเรื่อง คุณรู้หรือไม่คุณอาจโดนข้อหาหมิ่นประมาทได้อย่างง่ายดายมาก วันนี้ลุงหนวดจะนำเรื่องที่ควรรู้คือการหมิ่นประมาทจะเกิดขึ้นได้เมื่อมีการพูดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยเรื่องที่พูดทำให้คนนั้นถูกเกลียดชังหรือเสียชื่อเสียง

เรื่องการ หมิ่นประมาท ที่ควรรู้ไว้  ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 326   ระบุถึงเรื่องความผิดฐาน หมิ่นประมาท สรุปได้ว่า   ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สามโดยน่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียงถูก  ดูหมิ่น   หรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นถือว่ากระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี

หมิ่นประมาท

หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท  หรือทั้งจำทั้งปรับ จะเห็นได้ว่าการเมาท์สามารถนำเรื่องเดือดร้อนมาให้เราได้ง่ายมาก ที่ควรรู้เพิ่มเติมก็คือ การหมิ่นประมาทอาจนำมีโทษทางอาญามาให้คนช่างเมาท์ได้อีกด้วย หากการเมาท์นั้นเป็นการกระทำที่เรียกว่าการใส่ความ

แล้วเมาท์อย่างไรไม่ให้โดนข้อหา หมิ่นประมาท และการใส่ความคนอื่น? เรามาดูเกร็ดความรู้เกี่ยวกับกฎหมายใกล้ตัว ที่ช่วยให้เรารอดพ้นจากความผิดกันดีกว่า อย่าแรกคือ การเมาท์ที่ดีคือไม่ควรพูดถึงคนอื่นให้เสียหาย ความเข้าใจผิดอย่างร้ายแรงที่สุดก็คือคนทั่วไปมักคิดว่า หากเรื่องนั้นเป็นเรื่องจริง คือคนนั้นทำเรื่องไม่ดีจริง เราสามารถพูดถึงเรื่องเสียหายของเขาได้ ลุงหนวดขอย้ำว่า ผิด! ไม่ว่าเรื่องที่คุณกล่าวร้ายถึงคนอื่นจะจริงหรือไม่จริง ตามกฎหมายถือว่าคุณอาจมีความผิดข้อหาใส่ความได้ ยกตัวอย่างเช่น คุณทราบมาว่า น้องเอ ภรรยานายบี เป็นชู้กับนายซี  คุณไปเมาท์กับนายดีถึงเรื่อง เอ ภรรยาบี เป็นชู้กับซี แม้จะจริงแต่ก็ถือว่าขาข้างหนึ่งคุณเข้าสู่การหมิ่นประมาทแล้ว อยู่ที่ว่าจะเขาจะเอาเรื่องคุณหรือไม่ก็ตาม

แต่ข้อความที่จะเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทหรือไม่ต้องพิจารณาถึงความรู้สึกของวิญญูชนทั่ว ๆ ไปเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาว่าข้อความที่กล่าวนั้นถึงขั้นที่ทำให้ผู้ถูกหมิ่นประมาทน่าจะเสียชื่อเสียง บุคคลอื่นดูหมิ่น เกลียดชังหรือไม่ มิใช่พิจารณาตามความรู้สึกของผู้ถูกหมิ่นประมาทแต่ฝ่ายเดียว (คำพิพากษาศาลฎีกาที่  2777/2545)

หากคิดจะเอ่ยถึงใครในเรื่องเสียๆหายๆ ก็คงต้องระมัดระวังกันให้มากขึ้น  แนะนำให้ไปหาอ่านกฎหมาย เรื่องการหมิ่นประมาทเพิ่มเติม เพื่อความไม่ประมาท ถ้าที่ดีไม่ควรไปพูดให้ร้ายใครดีที่สุดเพราะมันเป็นกรรมทางวาจา เป็นบาปด้วยนะครับ