ซื้อของราคาถูกเกิน ระวังความผิดฐานรับของโจร

ยุคนี้เป็นยุคดิจิตอล เราสามารถทำอะไรได้แทบทุกอย่างผ่านโลกออนไลน์ ไม่เว้นแม้แต่การซื้อขายสินค้า ซึ่งนับวันก็นิยมมากขึ้น มีตั้งแต่ซื้อสินค้าชิ้นเล็กๆ ไปจนถึงสินค้าใหญ่ๆ การซื้อสินค้าผ่านทางเน็ตนับเป็นความสะดวกสบายอย่างยิ่ง แต่ที่ทำให้หลายคนติดใจมากก็คือราคาสินค้าทางเน็ตมักจะถูกกว่าไปซื้อที่ร้าน และบางครั้งก็ขายถูกมากจนน่าดีใจระคนกับน่าสงสัย แต่อย่าเพิ่งดีใจ เพราะมีกรณีตัวอย่างเกิดขึ้นว่าของที่นำมาขายแสนถูกทางเน็ต เป็นของที่ถูกขโมยมา คุณอาจคิดว่าช่างเถอะ  ซื้อได้ถูกก็พอแล้ว คนซื้อคนขายแยกย้ายจากกันไปแล้วก็แล้วกัน  ลุงหนวดขอเตือนอย่าคิดแบบนั้นเป็นอันขาด  วันนี้ลุงหนวดจะมาอธิบายกฎหมายควรรู้ไว้ว่าถ้าซื้อของที่ถูกขโมยมา คุณมีสิทธิมีความผิดฐานรับของโจร !

นี่คือปัญหาใหญ่ของการซื้อขายของออนไลน์ เราจะระวังกันอย่างไรดี? เรื่องความผิดฐาน รับของโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา  “มาตรา 357 บัญญัติไว้ว่า ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไป ทั้งซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้ไม่ว่าจะประการใดก็ตาม แล้วทรัพย์อันนั้นได้มาโดยการกระทำความผิด ได้แก่ ลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฉ้อโกง ยักยอกทรัพย์ ถือว่าผู้นั้นกระทำความผิดในฐานรับของโจร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” และที่ควรรู้เพิ่มเติมคือถ้าการกระทำความผิดฐานรับของโจรนั้น ได้ทำเพื่อค้ากำไร หรือได้กระทำต่อทรัพย์โดยการลักทรัพย์ตามมาตรา 335 (10) ชิงทรัพย์ หรือปล้นทรัพย์ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่1,000 บาท ถึง 2 หมื่นบาท อันนี้ยิ่งหนักเข้าไปอีก

รับของโจร

แล้วเราซื้อของออนไลน์จะเกี่ยวข้องกับกฏหมายนี้ได้อย่างไร? อย่างแรกควรรู้ไว้คือเราจะมีความผิดก็ต่อเมื่อเรารู้ว่าเป็นของโจรของลักขโมยมาแล้วแต่เราตั้งใจซื้อไว้ หากเราซื้อไว้โดยไม่รู้ว่าเป็นของลักขโมยมา และหาหลักฐานมาพิสูจน์ตัวเองได้ว่าเราซื้อมาโดยสุจริตใจไม่รู้เลยว่าคนขายขโมยมา เราก็จะรอดพ้นจากข้อหารับซื้อของโจร มีตัวอย่างจาก คำพิพากษาฎีกาคดีหนึ่งที่มีคนร้ายลักพระแสงกระบี่จากอนุสาวรีย์ แล้วนำไปขายที่ร้านค้าของเก่า แม้เจ้าของร้านจะรับซื้อไว้ในราคาถูก แต่ก็ไม่ได้เก็บพระแสงกระบี่ไว้แบบปิดบังซ่อนเร้น ทำให้เชื่อได้ว่าเป็นการรับซื้อไว้ตามปกติโดยไม่รู้ของนั้นเป็นของลักทรัพย์ จึงไม่มีความผิดฐานรับของโจร

ตามนัย  คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1723/2526

“คนร้ายลักพระแสงกระบี่ของพระบรมรูปทรงม้าไปขายจำเลยที่ร้านซึ่งได้รับอนุญาตให้ค้าของเก่าโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุ ในเวลาค้าขายตามปกติ เป็นการกระทำตามปกติในธุรกิจการค้า แม้รับซื้อไว้ในราคาถูกและไม่ลงรายการการซื้อในบัญชีแสดงรายการโบราณวัตถุและศิลปวัตถุแต่จำเลยมิได้เก็บพระแสงกระบี่ไว้ในลักษณะปิดบังซ่อนเร้น ถือไม่ได้ว่าจำเลยรับซื้อไว้โดยรู้ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาโดยการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ จำเลยไม่มีความผิดฐานรับของโจร”

แต่มีอีกกรณีหนึ่งที่มีผู้ซื้อจักรยานยนต์ทางเน็ตในราคาถูกมากซึ่งเป็นรถที่ถูกขโมยมา ผู้ซื้ออ้างว่าไม่รู้ว่าเป็นรถถูกขโมยมา แต่กลับไปทำการดัดแปลงรถ เปลี่ยนสี ขูดหมายเลขตัวถังเดิมออก สวมเลขตัวถังใหม่ ทั้งหมดนี้แสดงว่าผู้ซื้อรู้แน่นอนว่ารถนี้ถูกขโมยมา จึงมีความผิดฐานรับของโจร

จะซื้อของครั้งต่อไปก็ต้องระวังกันให้ดี อย่าเห็นแก่ของถูกจนเกินไป ทางที่ดีคือต้องตรวจสอบที่มาที่ไปให้แน่ใจว่าใช่เจ้าของตัวจริงขายเองหรือไม่ โดยควรจะขอดูใบเสร็จหรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่าคนขายเป็นเจ้าของสินค้านั้น  เพราะทั้งสองตัวอย่างที่ลุงหนวดยกมา กว่าจะพ้นคดีก็ต้องต่อสู้คดีเป็นระยะเวลานานเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายจำนวนไม่น้อย