ทั้งโดนยึด โดนอายัดทรัพย์สิน

ลุงหนวดเชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินคำว่า ยึดทรัพย์ หรือ อายัดทรัพย์ กันอยู่บ่อยๆ ซึ่งบางคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องที่ไกลตัว แต่ไม่แน่ในสักวันอาจจะต้องเจอเองกับตัวก็ได้นะครับ  เช่น ในกรณีที่เป็นหนี้ธนาคาร หรือเป็นหนี้บัตรเครดิต ก็มีโอกาสโดนฟ้องร้องเอาได้ง่ายๆ  ดังนั้น ลุงหนวดจึงมีความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย เรื่องการถูกยึดทรัพย์มาเล่าสู่กันฟัง เพื่อเป็นความรู้ ซึ่งเหตุแห่งการยึด หรืออายัดทรัพย์จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเจ้าหนี้ ในฐานะโจทก์ชนะคดีแพ่ง ที่ฟ้องร้องเรียกชำระหนี้จากจำเลย ซึ่งก็คือลูกหนี้ ที่ไม่ยอมชำระหนี้ตามกำหนดในคำพิพากษา ศาลจะออกหมายบังคับคดีให้มีการยึดหรืออายัดทรัพย์ โดยเจ้าพนักงานของกรมบังคับคดีจะเป็นผู้มาทำหน้าที่นี้ เพื่อนำทรัพย์สินเหล่านั้นไปยื่นต่อศาลให้มีการขายทอดตลาด ตามมาตรา 303 และมาตรา 304 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และนำเงินที่ได้มาชำระหนี้นั่นเองครับ แต่หมายบังคับคดีจะไม่มีผลในการบังคับยึดทรัพย์ที่อยู่ในต่างประเทศนะครับ ซึ่งนี่ก็เป็นความรู้เกี่ยวกับกฎหมายอีกอย่างหนึ่ง ที่หลายคนควรจะรู้เอาไว้โดยเฉพาะคนที่มีทรัพย์สินเยอะๆ นะครับ

 

อายัดทรัพย์

 

การยึดทรัพย์นั้นมีการกำหนดประเภทของทรัพย์ ที่สามารถยึดได้เอาไว้อย่างชัดเจน ซึ่งจะยกตัวอย่างมาเพื่อเป็นความรู้ เรื่องทรัพย์ที่สามารถยึดหรืออายัดได้ เช่น ของมีค่าจำพวกเครื่องประดับ อย่างเช่น สร้อยคอ นาฬิกา แหวนเพชร และของสะสมที่มีมูลค่า บ้านหรือที่ดิน ที่ถึงแม้จะติดจำนองอยู่กับธนาคารก็ยังสามารถยึดได้นะครับ รถยนต์ที่เป็นชื่อของลูกหนี้ และทรัพย์สินที่เป็นการลงทุนของลูกหนี้อย่าง กองทุน หุ้น หรือตราสารหนี้ รวมทั้งเงินค่าเชยหรือเงินตอบแทนจากการที่ต้องออกจากงาน ซึ่งกรณีนี้เจ้าหนี้สามารถอายัดได้เต็มจำนวนเลยครับ ก็เป็นความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย ที่ช่วยให้เรากระจ่างแจ้งในเรื่องของการยึดทรัพย์ได้พอสมควร แต่ก็ยังไม่หมดเพียงเท่านี้นะตรับ เพราะเจ้าหนี้ยังสามารถยึดหรืออายัดเงินในบัญชีเงินฝากและเงินปันผลได้เต็มจำนวน ส่วนเงินเดือนนั้นเจ้าหนี้อายัดได้ทั้งของพนักงานเอกชนและรัฐวิสาหกิจที่มีเงินเดือนตั้ง 10,000 บาทขึ้นไป ต่ำกว่านั้นไม่ได้ แต่อายัดได้ไม่เกิน 30 % เท่านั้นนะครับ โดยต้องคำนวณหลังจากที่หักค่าใช้จ่าย เช่น ภาษี ประกันสังคม ฯลฯ และเมื่ออายัดไปแล้ว 30% ลูกหนี้ต้องมีเงินเหลือไม่ต่ำกว่า 10,000 บาทด้วยจึงสามารถอายัดได้ ซึ่งลูกหนี้สามารถยื่นลดหย่อนได้ หากมีค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็น เช่น ค่ารักษาพยาบาล หรือค่าเลี้ยงดูบุตรเป็นต้น เงินโบนัสอายัดได้ไม่เกิน 50% ส่วนเงินเบี้ยขยัน ค่าล่วงเวลา หรือคอมมิชชั่นนั้นอายัดได้ไม่เกิน 30%  แต่เจ้าหนี้ไม่สามารถยึดหรืออายัดเงินเดือนของข้าราชการได้นะครับ

ลุงหนวดว่าหากเป็นหนี้จนถึงขั้นโดนยึดทรัพย์คงจะรู้กันแล้วนะครับ ว่าทรัพย์อะไรบ้างที่จะโดนยึดหรืออายัดไป ซึ่งทางที่ดีที่สุดก็คือต้องรู้จักบริหารหนี้ โดยการผ่อนชำระตามกำหนด อย่าให้ต้องถึงขั้นโดนฟ้องร้องจะได้ไม่โดนยึดทรัพย์ที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีพดังที่ ได้บอกมาข้างต้นนะครับ