ในบทความที่แล้ว เราได้มอบ 3 ข้อดีๆให้กับคุณผู้อ่านได้นำไปใช้กันว่าธุรกิจนี้จะไปรอดหรือจะร่วงโรยกันแน่  วันนี้เราจึงมาเผยอีก 4 กลยุทธ์เพื่อให้คุณผู้อ่านทุกท่านได้นำไปใช้กันได้อย่างเต็มที่ไปเลยครับ

  1. ความแน่นอนของวัตถุดิบ

ธุรกิจที่ขายสินค้าเกือบทุกอย่างจะต้องมีแหล่งวัตถุดิบหรือแหล่งสินค้าที่มาขายให้เรา แต่…บางธุรกิจวัตถุดิบก็มีราคาไม่แน่นอน เช่น ขนส่งที่ต้องพึ่งพาราคาน้ำมัน บางธุรกิจก็หาวัตถุดิบได้ยากมาก คุณลองดูว่าธุรกิจที่คุณจะทำนั้นมีปัญหาเรื่องพวกนี้หรือไม่ หากว่ามีปัญหาคุณควรจะหาวิธีแก้ไขหรือแผนสำรองไว้ด้วย

 

ทนายความ

 

  1. การมีสินค้าหรือบริการอื่นทดแทน

ธุรกิจที่เราทำอยู่นั้น หากเทคโนโลยีเกิดการเปลี่ยนแปลงสินค้าของเราจะยังอยู่ในตลาดหรือไม่ เช่น ร้านขายฟิล์มถ่ายรูป ซึ่งสมัยนี้ก็หาได้ยากหรือแทบไม่มีเลย ร้านเช่าวีดีโอที่ตอนนี้ก็ไม่ต้องเสียเวลาไปเช่นที่ร้านแล้วเพราะสามารถหาดาวน์โหลดได้จากอินเทอร์เน็ตได้เลยทำให้สะดวกและประหยัดมากกว่า หรือร้านขายของชำ โชว์ห่วยที่โดน 7-11 เข้ามาเปิดกิจการในพื้นที่นั้นๆจึงทำให้ผู้คนเข้าไปจับจ่ายใช้สอยในร้านสะดวกซื้อมากขึ้นเพราะมีสินค้ามากกว่าร้านขายของชำธรรมดาเสียอีก

ธุรกิจที่เราจะทำนั้นยั่งยืนเพียงใด เป็นเพียงแค่กระแสความนิยมในช่วงสั้นๆ อย่างโรตีบอย ชานมไข่มุกหรือมีสินค้าอื่นมาแทนไหม? ซึ่งบางอย่างก็มาแทนได้ในระยะสั้นๆ เช่น กาแฟสดก็ยังเป็นที่นิยมมาก แต่ในปัจจุบันกาแฟโบราณก็กลับมาขายดีและได้รับความสนใจมากขึ้น หากเป็นธุรกิจที่เราไม่เข้าใจหรือคาดการณ์ยาก เช่น อุปกรณ์เทคโนโลยีที่มักจะมีสิ่งใหม่ๆมาทดแทนเร็วมาก เปลี่ยนรุ่นเร็วและความนิยมก็เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย หากไม่ถนัดด้านนี้จริงๆก็ไม่ควรทำดีกว่าครับ

  1. การเข้ามาของเจ้าของกิจการรายใหม่

ธุรกิจบางอย่างดีไปหมด ทั้งลูกค้าเยอะ ยอดขายดี หาซื้อวัตถุดิบได้ง่าย ผลิตง่าย ลูกค้าไม่ต่อรอง กำไรดี ขอให้จำไว้ว่า ธุรกิจแบบนี้มาเร็ว ไปเร็ว เพราะว่า “ทำกันง่ายเกินไป” ดังนั้นเมื่อธุรกิจอะไรที่ทำแล้วได้กำไรดีคนก็อยากจะทำ ยิ่งถ้าทำไม่ยากก็จะมาทำกันแค่ในระยะเวลาสั้นๆและเมื่อสินค้าล้นตลาด การแข่งขันก็สูงขึ้น ลูกค้าก็เริ่มเบื่อ เจ้าของกิจการจึงจำเป็นต้องตัดราคาเพื่อทำให้ขายได้และสุดท้ายก็ขาดทุนกันหมด

นิสัยคนไทยชอบเลียนแบบทำตามคนอื่น หากธุรกิจอะไรที่ทำแล้วดีก็จะหันมาทำกันมากขึ้น เช่น ร้านกาแฟสด มีช่วงหนึ่งเปิดร้านกันเยอะมาก คนขายเครื่องกาแฟสดถึงขั้นรวบกันเลยทีเดียว สักพักก็เริ่มปิดตัวลงเพราะธุรกิจที่เริ่มต้นง่ายๆใครๆก็ทำได้ มักจะอยู่ไม่ยืด ไม่เหมาะที่จะทำเป็นอาชีพหลักครับ

  1. อื่นๆ

การที่เราจะดูว่าธุรกิจนี้น่าสนใจหรือไม่ ก็จะมี 6 ข้อที่กล่าวไป แต่ในบางธุรกิจอาจมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ต้องดู เช่น ข้อกฎหมาย (ผังเมือง ที่กำหนดการทำอาชีพบางอย่าง) การเปิดเสรีการค้า (ผลไม้ราคา ถูกจากจีนจะเข้ามาและทำให้ผลไม้บางอย่างในประเทศขายยากขึ้น) เป็นต้น

สินค้าบางอย่างมีอายุจำกัด เช่น อาหาร ขนม ยา ฯลฯ หากขายไม่ได้ก็จะต้องทิ้งไป หรืออย่างร้านเบเกอร์รี่ ขนมปัง ก็จะมีอายุเพียงแค่ 2-3 วันเท่านั้น อีกทั้งลูกค้าเห็นว่าใกล้หมดอายุหรือเห็นว่าเก่าแล้วก็จะไม่ซื้อเลย แต่พวกขนมอบกรอบบางอย่างก็สามารถเก็บไว้ได้นานอย่างเช่น คุกกี้ ทองม้วน ก็อาจจะต้องนำมาขายเปลี่ยนแปลงกันไป

จากที่กล่าวมาในข้างต้นทั้ง 7 ข้อนี้ คงจะให้คำตอบในใจกับผู้อ่านหลายๆคนที่อยากทำธุรกิจกันบ้างแล้วใช่มั้ยค่ะ ดังนั้น หากคุณมั่นใจว่าธุรกิจของคุณ เจ๋งจริง ทำแล้วรอดแน่ ก็อย่ารอช้า ลงมือทำกันได้เลย เราขอเป็นกำลังใจให้นักธุรกิจทุกท่านครับ