มีผัวแบบนี้ไม่มีดีกว่า

วันนี้ลุงจะตั้งหัวข้อ แบบแรงๆ กระแทกสังคมบ้างนะครับ ลุงเห็นหลายๆครอบครัวมีปัญหาในเรื่องนี้กันมาก จึงหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาเพื่อเตือนสติของคนที่กำลังตกอยู่ในห้วงแหล่งความรัก ด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจคนที่ตนรัก อันเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นกับ ลูกน้องของลุงหนวดเอง  มีอยู่ว่า ลูกน้องของลุง     สมมุติว่าชื่อ นางสาวแสนสวย แล้วกันครับ ส่วนตัวละครที่เป็น พระเอกในเรื่องนี้ลุงตั้งชื่อว่า นายสุดหล่อ ลูกน้องของลุงนางสาวแสนสวยได้คบหากับ นายสุดหล่อ มานานแล้ว ทั้งคู่ได้แต่งงานและจดทะเบียนสมรสกัน  และให้ลุงไปเป็นประธานในพิธีมงคลสมรส ก็เหมือนพิธีการตามปกติมีการอวยพร   ขอให้ทั้งคู่ครองรักกันจนถือไม้เท้ายอดทอง   กระบองยอดเพชร

ทั้งคู่ก็ได้ใช้ชีวิตเป็นสามีภริยากันได้สัก 1 ปี เก็บเงินซื้อที่ดินแปลงหนึ่งแถวๆ เชียงใหม่นี้ละครับ โดยใส่ชื่อในที่ดินดังกล่าว ระบุเป็นกรรมสิทธิ์ของนายสุดหล่อ เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวเพราะความไว้ใจและความรักที่มีต่อกันนั้นเอง

ผ่านมาได้ประมาณ 1 ปี นายสุดหล่อ ก็มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทำตัว สำมะเลเทเมา เลิกงานเสร็จก็กินเหล้า แทบจะทุกวัน จนวันหนึ่งเหตุการณ์ที่ไม่ขาดฝันก็เกิดขึ้น นายสุดหล่อ ได้นำที่ดินที่ทั้งคู่หามาด้วยกัน ไปขายให้กับเพื่อน ชื่อ นายหนึ่ง เพื่อจะเอาเงินที่ได้มานั้นไปซื้อเหล้ากินเที่ยวตามภาษา

วันหนึ่งนางแสนสวย ได้ถามโฉนดดังกล่าวที่เก็บไว้บนตู้ นายสุดหล่อ บอกไม่รู้ไม่เห็น จนนางแสนสวยสังเกตว่านายสุดหล่อ มีพิรุธ เพราะเวลาถามก็จะหาเรื่องทะเลาะตลอด  จึงตัดสินใจไปขอตรวจสอบกับสำนักงานที่ดิน จึงได้รู้ความจริงว่า นายสุดหล่อ นำที่ดินนั้นไปขายให้แก่ นายหนึ่ง แล้วกลับมาถึงบ้าน  จึงด่านายหล่อว่า  วันๆเอาแต่กินเหล้า เอาที่ดินไปขายอีก “ถ้ามีผัวแบบนี้ไม่มีดีกว่า”

 

สินสมรส

 

เอาแล้วไงงานเข้าละที่นี้ก็มาปรึกษา ลุง  เราจะมีวิธีการใดบ้างที่จะแก้ไขปัญหานี้กันดีครับ

ตามลุงมาเลยครับ ต้องดูก่อนว่า ที่ดินเป็น สินสมรส หรือไม่ หากจะจัดการ สินสมรส ต้องกระทำเช่นใด

หากฝ่าฝืนจะเป็นอย่างใด สามหัวข้อนี้จะให้คำตอบ

ข้อ 1. ที่ดินดังกล่าวเป็นของใครละครับ ข้อเท็จจริงดังกล่าวข้างต้น ที่ดินนั้นเป็น สินสมรส ระหว่างนางแสนสวย  กับ นายสุดหล่อ เพราะว่าเป็นทรัพย์สินที่ทั้งคู่ได้มาระหว่างสมรส  ซึ่งลุงเคยได้กล่าวไปแล้วในบทความก่อน หัวข้อว่า  อันนี้ของฉัน อันนั้นเป็นของเธอ ลุงจึงไม่ขอกล่าวอีก

ข้อ 2. การจัดการสินสมรสนั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1476 สามีและภริยาต้องจัดการสินสมรสร่วมกัน หรือ ได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายหนึ่งดังต่อไปนี้

1) ขาย แลกเปลี่ยน ขายฝาก ให้เช่าซื้อ จำนอง ปลดจำนอง หรือโอนสิทธิจำนอง ซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ที่อาจจำนองได้

2)ก่อตั้งหรือกระทำให้สุดสิ้นลงทั้งหมดหรือบางส่วนซึ่งภาระจำยอม  สิทธิอาศัย สิทธิเหนือพื้นดิน  สิทธิเก็บกิน  หรือ ภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์

3)ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์เกินสามปี

4)ให้กู้ยืมเงิน

5)ให้โดยเสน่หา เว้นแต่การให้ที่พอควรแก่ฐานานุรูปของครอบครัวเพื่อการกุศล เพื่อสังคม หรือตามหน้าที่จรรยา

6)ประนีประนอมยอมความ

7)มอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการวินิจฉัย

8)นำทรัพย์สินไปเป็นประกันหรือหลักประกันต่อเจ้าพนักงานหรือศาล

การจัดการสินสมรสนอกจากกรณีที่บัญญัติไว้ในวรรคหนึ่งสามีหรือภริยาจัดการได้โดยมิต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายหนึ่ง

ดังนั้นการจัดการ สินสมรส ตาม 1476 (1) – (8) สามีภริยาจะต้อง จัดการร่วมกัน หรือ ได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายหนึ่งก่อน  ตามข้อเท็จจริงที่ลุงยกตัวอย่างนั้น นายสุดหล่อ นำสินสมรสนั้นไปจดทะเบียนขายให้แก่ นายหนึ่ง โดยที่นางแสนสวยมิได้ให้ครับยินยอมหรือได้จัดการร่วมกัน ซึ่งไม่เป็นไปตามมาตรา 1476(1) ที่กฎหมายบัญญัติไว้ แล้วนี้ผลของการฝ่าฝืนจะเป็นเช่นใดนั้นเรามาดูกันต่อนะครับ

ข้อ 3 หากฝ่าฝืนไม่จัดการสินสมรสร่วมกันหรือกระทำไปโดยปราศจากความยินยอมจากอีกฝ่ายหนึ่ง  ตามมาตรา 1480 ได้บัญญัติว่า การจัดการสินสมรสซึ่งต้องจัดการร่วมกัน  หรือต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายหนึ่งตาม 1476  ถ้าคู่สมรสฝ่ายหนึ่งได้ทำนิติกรรมไปแต่ฝ่ายเดียว หรือปราศจากความยินยอมของคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง คู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งอาจฟ้องให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมนั้นได้  เว้นแต่คู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งได้ให้สัตยาบันแก่นิติกรรมนั้นแล้ว  หรือในขณะที่ทำนิติกรรมนั้นบุคคลภายนอกได้กระทำโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน

การฟ้องให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมตามวรรคหนึ่งห้ามมิให้ฟ้องเมื่อพ้นหนึ่งปี นับแต่วันที่ได้รู้เหตุอันเป็นมูลให้เพิกถอนหรือเมื่อพ้นสิบปีนับแต่วันที่ได้ทำนิติกรรมนั้น

นี้ละครับคือผลการฝ่าฝืน ตามข้อเท็จจริงดังกล่าวนั้นนางแสนสวย อาจจะเพิกถอนนิติกรรมที่นายสุดหล่อขายที่ดินให้แก่นายหนึ่งได้เพราะการกระทำดังกล่าวของนายสุดหล่อนั้นปราศจากความยินยอมของนางแสนสวย ที่จะให้จัดการสินสมรส  แต่หากนายหนึ่งคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งสุจริตและเสียค่าตอบแทน กล่าวคือ ไม่รู้ว่าที่ดินดังกล่าวที่นายสุดหล่อนำมาขายให้แก่ตนเป็นสินสมรสและได้ชำระราคาเป็นค่าตอบแทนไปแล้ว เช่นนี้ นางแสนสวย ก็ไม่สามารถเพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินดังกล่าว ระหว่าง นายสุดหล่อ กับ นายหนึ่งได้ ลุงว่าคงไม่ทัน ถือไม้ยอดทอง แล้วละครับรู้ว่านะ จะหย่ากันก่อนงานนี้