วันนี้ลุงหนวดได้ดูหนังไทยหลายๆเรื่องจึงนำมาผูกเป็นประเด็นข้อกฎหมาย  ลุงจะเล่าเป็นนิทานให้ฟังเริ่มต้นของทุกเรื่องจะขึ้นต้นว่า “ กาลละครั้งนี้มีอยู่ว่า  มีชายหญิงคู่รักคู่หนึ่ง นั่งจีบกันอย่างหวานหอม ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของความรักแรกเริ่มที่เขาเรียกกันว่า “ยามแรกเริ่มน้ำต้มผักยังว่าหวาน”  ผู้ชายคนนี้มีที่ดินมือเปล่าแปลงหนึ่งซึ่งยังมิได้มีการออกโฉนดที่ดิน  และผู้หญิงก็ได้ซื้อสลากใบหนึ่ง      ด้วยความรักอันที่มีต่อกัน  ทั้งคู่ก็ได้ตกลงจดทะเบียนสมรสกันและจัดที่พิธีแต่งงานในวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ซึ่งถือว่าเป็นวันแห่งความรักของทั้งคู่ ในวันดังกล่าวพ่อแม่ของฝ่ายชายก็ได้ ยกรถยนต์คันหนึ่งเป็นของขวัญเพื่อให้ทั้งคู่ได้ใช่ร่วมกัน เมื่อว่าฟ้าเป็นใจร่วมแสดงความยินดีกับทั้งคู่ ฟ้าได้บรรดาพรให้ 3 ประการ

ประการแรก   ในวันที่ 16  กุมภาพันธ์ ปรากฏ ว่าถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่หนึ่งจำนวน 32 ล้านบาทที่ได้ซื้อสลากมาก่อนจดทะเบียนสมรส

ประการที่สอง และที่ดินของฝ่ายชายก็มีการออกโฉนดที่ดินเป็นที่เรียบร้อย

ประการที่สาม หญิงคนดังกล่าวกับกลายเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของเจ้าคุณปู่ที่ตามหากันอย่างนานนม เธอเป็นผู้มีสิทธิรับมรดกของเจ้าคุณปูที่ระบุไว้ในพินัยกรรมยกทรัพย์ให้แก่  ผู้เป็นหลานสาวเพียงคนเดียวที่หายไป จำนวน 100 ล้านบาท เหมือนเช่นละครไทยแทบจะทุกเรื่อง                                                                                                           แต่ทว่า ผู้ชายคนดังกล่าวกับถูกฟ้าผ่าขาขาดไปข้างหนึ่ง  จึงได้นำเงินที่ทั้งได้มาจากการทำมาหาได้ไปซื้อขาเทียมมาใช้       เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้านานเข้า  ความรักของทั้งคู่ที่มีต่อกันก็เปลี่ยนแปลงเพราะผู้หญิงเห็นว่าฝ่ายชายไม่สมประกอบ จนในที่สุดก็ลงเอ๋ยด้วยกันหย่ากัน ทั้งสองคนก็มีปัญหาว่าทรัพย์ “อันนี้เป็นของฉันอันนั้นเป็นของเธอ”

มาถึงตอนนี้เรามาดูกันสิว่า กฎหมายจะแก้ปัญหาของคนทั้งคู่ได้หรือป่าว เราก็ต้องดูว่า ทรัพย์สินใดเป็นสินสมรสหรือสินส่วนตัว และความหมายดังกล่าวคืออะไร ซึ่งกฎหมายก็แบบเป็น 2 ประเภทดังนี้

หนึ่งสินส่วนตัวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1471 สินส่วนตัวได้แก่ทรัพย์สิน

1. ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอยู่ก่อนสินรส

2.ที่เป็นเครื่องใช้สอยส่วนตัว เครื่องแต่งกาย หรือเครื่องประดับกายตามควรแก่ฐานะ หรือเครื่องมือเครื่องใช้ที่ประจำเป็นในการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพของคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

3.ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มาระหว่างสมรสโดยการรับมรดกหรือการให้โดยเสน่หา

4.ของหมั้น

สองสินสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1474 สินสมรสได้แก่ทรัพย์สิน

  1. ที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรส

2.ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มาระหว่างสมรสโดยพินัยกรรมหรือโดยการให้เป็นหนังสือเมื่อพินัยกรรมหรือหนังสือยกให้ระบุว่าเป็นสินสมรส

3.ที่เป็นดอกผลของสินส่วนตัว

มาถึงตอนนี้ลุงก็จะจัดการบ้างทรัพย์สินให้แก่ทั้งคู่เรามาดูสิว่าใครจะได้ทรัพย์ตรงไหนไป อันเป็นของฉันอันนั้นเป็นของถึง

  1. รถยนต์ที่พ่อแม่ฝ่ายชายยกให้ทั้งคู่ในวันสมรส เป็นสินสมรสของทั้งคู่ เพราะพ่อแม่ของฝ่ายชายมีเจตนาที่จะให้ทั้งสองคนใช้สอยเมื่ออยู่ร่วมกัน ก็ถือได้ว่าเป็นทรัพย์สินที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรส ทั้งคู่จึงมีสิทธิในรถยนต์คันดังกล่าวคนละครึ่งเมื่อหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากัน
  2. มาดูว่าพรทั้งสามประการนั้น จะเป็นสินสมรสหรือสินส่วนตัว

พรข้อแรก   เงินรางวัลจากการถูกสลากกินแบ่งเป็นเงิน 32 ล้านบาทนั้นเป็นสินสมรสของทั้งคู่ เนื่องจากก่อนซื้อแม้จะเป็นเงินของฝ่ายหญิงเพียงฝ่ายเดียวก็ตาม เงินรางวัลดังกล่าวก็เป็นสินสมรสเพราะสลากกินแบ่งรัฐบาลออกรางวัลหลังจากที่ทั้งคู่สมรสกันแล้ว  จึงเป็นทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างที่ทั้งคู่ทำการสมรส

พรข้อสอง     ที่ดินที่ฝ่ายชายได้มาก่อนที่จะจดทะเบียนสมรสนั้นเป็นเพียงที่ดินมือเปล่าแต่ภายหลังได้มีการออกโฉนดที่ดินระหว่างทำการสมรสกัน ที่ดินแปลงนี้จะเป็นเขาใครกันแน่ แม้ว่าที่ดินแปลงดังกล่าวจะเป็นที่ดินที่ได้มีการออกโฉนดที่ดินระหว่างสมรสก็ตามที่ดินนั้นก็เป็นสินส่วนตัวของผู้ชาย เพราะเป็นเพียงขั้นตอนที่ฝ่ายชายจะได้รับโฉนดที่ดินเท่านั้น  ไม่กระทบถึงสิทธิของฝ่ายชายที่มีเหนือที่ดินดังกล่าวตั้งแต่ต้น  เมื่อที่ดินแปลงนี้เป็นทรัพย์ที่ฝ่ายชายมีอยู่ก่อนจะจดทะเบียนสมรสกับฝ่ายหญิง  จึงเป็นสินส่วนตัวของฝ่ายชาย

พรข้อสาม  มรดกของเจ้าคุณปู่ 100 ล้าน แม้ว่าจะเป็นทรัพย์สินที่ได้ว่าระหว่างสมรสก็ตามเงินก็เป็นสินส่วนตัวของฝ่ายหญิงเพราะเป็นการได้มาโดยการรับมรดก

  1. ขาเทียมนั้นเป็นสินส่วนตัวของฝ่ายชาย แม้ว่าจะนำเงินสินสมรสไปซื้อมาก็ตาม เพราะขาเทียมเป็นเครื่องใช้สอยส่วนตัวและเป็นสิ่งที่จะเป็นต่อการดำรงชีพของฝ่ายชาย