อุบัติเหตุรถชน และการเรียกร้องค่าเสียหาย

ตามที่มีข่าวให้ได้ยินกันบ่อยๆ เรื่องการขับขี่ยวดยานพาหนะตามท้องถนนที่ผู้ขับขี่มักจะใจร้อน ขับรถเบียดหรือขับรถปาดหน้ากันนิดๆ หน่อยๆ ก็เป็นเรื่อง บางคนถึงขั้นมีการขับรถชนคู่กรณีทำให้เกิดความเสียหายตามมาทั้งสองฝ่าย บางคู่ถึงขั้นมีปากเสียงและลงมาชกต่อยกัน ให้ชาวบ้านได้ดูเป็นมวยคู่เอกประจำวันเลยก็มี ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นให้เราได้เห็นกันอยู่เสมอ ผู้ใช้รถใช้ถนนจึงต้องระมัดระและวังขับรถด้วยความมีน้ำใจ อยู่ในกฎระเบียบการจราจร เพียงเท่านี้ปัญหาต่างๆ เหล่านั้นก็จะหมดไป แต่หากเกิดกรณีแบบนี้ขึ้น เช่น โดนขับรถปาดหน้าแล้วเกิดความไม่พอใจ เลยขับตามไปชนท้ายมันซะเลย อย่างนี้ถือว่ามีความผิดและจะเอาผิดกันยังไงมา  วันนี้ลุงหนวดจะมาเล่าเรื่องคดีละเมิด อุบัติเหตุ และการเรียกร้องค่าเสียหายกันครับ

กรณีนี้ผู้กระทำจะมีความผิดในทางแพ่งเพราะเป็นคดีละเมิด เพราะพฤติกรรมการขับขี่นั้น เป็นการกระทำโดยจงใจที่จะขับรถมาชน ซึ่งทำให้รถซึ่งเป็นทรัพย์สินเสียหาย และต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนความเสียหายนั้น ส่วนความผิดทางอาญาเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ซึ่งผู้เสียหายสามารถร้องทุกข์ได้ภายใน 3 เดือน นับตั้งวันที่รู้เรื่องความผิดหรือรู้ตัวผู้กระผิด หากเกิน 3 เดือนก็จะขาดอายุความร้องทุกข์ เพราะถือว่าเป็นความผิดต่อส่วนตัว ซึ่งลุงหนวดก็ขอบอกกล่าวเอาไว้เพื่อเป็นความรู้เกี่ยวกับกฎหมายใกล้ตัวว่าในกรณีนี้ ผู้เสียหายต้องแจ้งความร้องทุกข์ก่อน แล้วสามารถฟ้องคดีอาญาตามความผิดนี้ได้เลย หากศาลเห็นว่าคู่กรณีที่เป็นจำเลยได้ทำความผิดจริงตามที่ถูกฟ้องร้อง หากผู้เสียหายฟ้องในข้อหาทำให้เสียทรัพย์ศาลย่อมพิพากษาลงโทษตามความผิดนี้ครับ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

ในส่วนของประมวลกฎหมายทางแพ่งและพาณิชย์ ถือเป็นความผิด หากจงใจหรือประมาท เลินเล่อ กระทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมาย ทำให้เขาเสียหายหรือถึงแก่ชีวิต ร่างกาย อนามัย เสรีภาพ ทรัพย์สินหรือสิทธิ์อย่างใดอย่างหนึ่ง หมายความว่าผู้นั้นกระทำละเมิดต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการกระทำนั้นครับ ส่วนโทษตามประมวลกฎหมายอาญา ว่าเอาไว้ว่า ผู้ใดทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ ทรัพย์สินของผู้อื่นหรือในทรัพย์สินที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของร่วมอยู่ด้วย ถือเป็นการกระทำผิดฐานทำให้เสียทรัพย์  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับครับ

นอกจากนั้นก็ยังมีเรื่องของการพิจารณาความอาญา โดยห้ามมิให้พิพากษาหรือสั่งเกินคำขอ หรือที่มิได้มีการกล่าวอ้างในคำฟ้อง ซึ่งหากศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงที่ใช้ในการพิจารณา แตกต่างจากที่กล่าวในคำฟ้อง ให้ศาลยกฟ้องคดีนั้น เว้นเสียแต่ว่าข้อแตกต่างนั้นไม่ใช่ข้อสำคัญใดๆ และจำเลยไม่ได้หลงต่อสู้ ดังนั้นศาลจะลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ได้ความนั้นก็ได้ มาถึงตรงนี้ก็อยากจะขอให้ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกท่านพึงระวัง และขับขี่ยวดยานพาหนะกันด้วยความระมัดระวัง และมีน้ำใจต่อเพื่อร่วมทาง เพื่อจะได้หลีกเลี่ยงปัญหาต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น และเป็นเหตุให้ต้องเสียทรัพย์และยังต้องเสียเวลาอีกด้วย ลุงหนวดจึงขอเตือนให้ทุกท่านใจเย็นๆ การให้อภัยกันเป็นสิ่งที่ดี เราไม่สามารถบังคับจิตใจใครได้ทุกคน  แต่เราสามารถบังคับจิตใจเราได้