เมื่อรถหายต้องจ่ายค่างวดต่อหรือไม่

รถยนต์เป็นปัจจัยหนึ่งที่มีความจำเป็นกับใครหลายๆ คน รวมทั้งคนที่ไม่ค่อยจำเป็นก็ยังสรรหามาเป็นเจ้าของกันได้ง่ายๆ สำหรับบ้านเรา เพราะมีสินเชื่อมากมายให้ได้กู้ได้ผ่อนกันได้สบายๆ แต่หากว่าผ่อนไปได้ยังไม่เท่าไหร่ รถเกิดหายขึ้นมาเราจะทำอย่างไรกันดี นี่คงเป็นคำถามที่ค้างคาใจใครหลายคนอยู่ใช่หรือไม่คะ ในกรณีนี้ลุงหนวดก็มีความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย ใกล้ตัว มาเล่าสู่กันฟังครับ
หากรถยังติดผ่อนส่งอยู่ แล้วดันมาหายไปซะก่อน พอรถหายก็ไม่รู้ว่าจะส่งต่อดีหรือเปล่า หรือจะทำอย่างไรดี ตรงนี้เรามีคำตอบให้คุณครับ ว่าเมื่อรถหายไปคุณก็ไม่จำเป็นต้องส่งค่างวดต่ออีก แต่สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือการแจ้งความครับ แล้วจากนั้นจึงนำสำเนาการแจ้งความนั้น ไปให้บริษัทประกัน หรือบริษัทไฟแนนท์ ซึ่งมาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะมีข้อกังขาขึ้นมาในใจแล้วว่า เราจะทำอย่างนั้นได้จริงหรือ รถคันหนึ่งมันไม่ใช่ราคาถูกๆ ประกันหรือไฟแนนท์เขาจะยอมหรือยังไง เราเป็นคนทำรถหายนะ ถ้าสงสัยอย่างนี้ก็ขออธิบายให้เขาใจได้ง่ายๆ ดังนี้เลยครับ
ตามกฎหมายเช่าซื้อนั้น คือ การให้เช่า + สัญญาว่าจะขาย เมื่อรถที่เช่าซื้อสูญหาย สัญญาย่อมระงับไปครับ ผู้เช่าซื้อจึงไม่ต้องจ่ายเงินค่าเช่าซื้อกับผู้ให้เช่าซื้ออีกต่อไป ซึ่งจากกรณีนี้มีหลายคนที่โดนไฟแนนท์หลอกให้ผ่อนกุญแจมาแล้ว ทั้งที่ในความเป็นจริง สัญญาการเช่าซื้อนั้นโดนระงับไปแล้วนับตั้งแต่รถหายไป โดยในทางกฎหมาย ผู้เช่าซื้อจะต้องหยุดจ่ายค่างวดรถทันทีครับ ซึ่งตรงนี้ผู้ที่กำลังมีโครงการจะซื้อรถและผู้ที่กำลังผ่อนส่งอยู่ต้องจำเอาไว้ให้ดีๆ เพื่อเป็นเกร็ดความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย ใกล้ตัวนะครับ ส่วนไฟแนนท์นั้น จะได้รับเงินชดเชยประกันรถหายจากบริษัทประกัน 80% ของราคาเต็มค่ะ ประเด็นต่อมาก็คือ เหลือค่าเสียหายเป็นจำนวนเท่าไหร่ ซึ่งจากบรรทัดฐานของศาลฎีกาบอกเอาไว้ว่า หากรถที่เช่าซื้อเกิดสูญหายก็ต้องมาคำนวณว่ารถราคาเท่าไหร่ ผู้เช่าซื้อจ่ายค่างวดมาแล้วเท่าไหร่ และบริษัทประกันจ่ายเงินชดเชยค่าสินไหมทดแทนให้ไฟแนนท์ไปเท่าไหร่ ซึ่งหาก 2 จำนวนนี้มีราคาเกิน กว่าราคาเต็มของรถ ผู้เช่าซื้อก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าเสียหาย แต่หากในสัญญาเช่าซื้อมีข้อตกลงให้สามารถเรียกค่าเช่าซื้อ ที่ยังขาดอยู่ได้ แม้ว่ารถจะสูญหายไปแล้ว ศาลก็ยังมีอำนาจกำหนดได้ค่ะ ซึ่งผู้เช่าซื้อเองจะจ่ายหรือไม่ก็ได้ โดยศาลจะกำหนดค่าเสียหายให้ตามสมควร แต่ก็จะไม่ให้จ่ายค่าเช่าซื้อจนครบเต็มตามสัญญาครับ แต่ก็ควรระวังว่าการที่รถหายไม่ใช่เกิดจากความประมาทเลิ่นเล่ออย่างร้ายแรงของเราด้วย เช่น ไม่ล๊อครถ คำพิพากษาอาจจะให้เราผิดค่าเสียหายจำนวนมากก็เป็นไปได้
และอีกอย่างหนึ่งที่เราต้องจดจำเอาไว้ให้ดีเพื่อเป็นเกร็ดความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย ใกล้ตัวในกรณีที่บริษัทไฟแนนท์ที่ทราบดีว่ารถหายไปแล้ว ยังมีการนำฟ้องคดีอยู่อีก จะถือได้ว่าเป็นการใช้สิทธิ์โดยมิชอบ ไม่สุจริตและถือว่าเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค โดยไม่เป็นธรรมผู้เช่าซื้อสามารถสู้ได้ในชั้นศาล และมีโอกาสที่จะชนะมากด้วยครับ เรื่องจ่ายหรือไม่จ่ายค่างวดต่อเมื่อรถหายนี่ก็นับว่าเป็นกฎหมายใกล้ตัวที่มีประโยชน์สำหรับคนที่กำลังผ่อนค่างวดรถหรือผู้ที่มีโครงการจะซื้อรถต้องจำเอาไว้ให้ดีครับ เพื่อจะได้ไม่ถูกหลอกให้ผ่อนกุญแจเหมือนที่เคยมีมาก่อน ตามนัย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3830 – 3831/2550