เช็ค คือหนังสือตราสารที่บุคคลหนึ่งเรียกว่าผู้สั่งจ่าย สั่งธนาคารให้ใช้เงินจำนวนหนึ่งเมื่อทวงถามให้แก่บุคคลหนึ่งหรือให้ตามที่บุคคลหนึ่งสั่ง เรียกกันว่าผู้รับเงิน ซึ่งในการจ่ายเงินด้วยเช็คนี่ก็มีผู้นิยมใช้กันอยู่มากมายทีเดียว ดังนั้นเราจึงได้รวบรวมเอาเกร็ดความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย ใกล้คุณเรื่องของเช็คมาแบ่งปันกัน ซึ่งจะมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกันใหญ่  2 ฉบับ  ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยเรื่องของตั๋วเงินในหมวดสี่ เช็ค และ  พ.ร.บ. ว่าด้วยเรื่องของความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค

ทีนี้ก็มาพูดถึงเกร็ดความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย ใกล้คุณ ในเรื่องของการเปิดใช้เช็คนั้น ก็ต้องแจ้งความประสงค์กับทางธนาคาร เพื่อเปิดบัญชีกระแสรายวันก่อนนะครับ ซึ่งรายละเอียดต่างๆ ในส่วนนี้เราก็สามารถสอบถามได้จากธนาคารโดยตรง เพราะเราจะมาว่าด้วยเรื่องของการใช้เช็คตามกฎหมายเพื่อให้เป็นเกร็ดความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย ใกล้คุณ   เช็คมีด้วยกัน  2 แบบ

  1. เช็คผู้ถือโดยระบุชื่อผู้รับเงินหรือไม่ระบุเอาไว้ก็ได้ เพียงแต่กรอกเพื่อระบุจำนวนเงิน ทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ แล้วลงลายมือชื่อของผู้สั่งจ่ายก็ถือว่าเช็คนั้นเสร็จสมบูรณ์แล้ว และถึงแม้ว่าจะกรอกชื่อผู้รับเงินลงไป แต่ไม่ได้ขีดฆ่าคำว่า “หรือผู้ถือ” ออก เช็คนั้นก็ยังเป็นเช็คผู้ถืออยู่เช่นเดิม และสามารถโอนต่อกันได้ด้วยการส่งมอบต่อได้เลย  ไม่ต้องมีพิธีรีตอง
  2. เช็คระบุชื่อเป็นเช็คที่ผู้สั่งจ่ายระบุชื่อผู้รับเงินลงไปในเช็คและขีดฆ่าคำว่าผู้ถือออก ซึ่งผู้รับเงินจะต้องนำเช็คไปเบิกเงินด้วยตนเอง หรือถ้าจะโอนให้ผู้อื่นจะต้องทำการสลักหลังโดยเซ็นชื่อด้านหลังเช็คด้วย

ซึ่งก็เป็นเกร็ดความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย ใกล้คุณที่เราจะต้องจำเอาไว้ ว่าเป็นเช็คประเภทใด  หากเป็นการสั่งจ่ายให้ผู้ที่ถูกระบุชื่อเอาไว้ หรือ เป็นเช็คสั่งจ่ายแก่ผู้ถือเช็ค

แต่หากในกรณีที่เขียนเอาไว้ในช่องจ่ายว่า “เงินสด” แล้วขีดฆ่าคำว่า “หรือผู้ถือ” เช็คนั้นจะกลายเป็นเช็คระบุชื่อ แต่ในทางกฎหมายแล้วถือว่าเป็นเช็คที่ไม่สมบูรณ์ เพราะคำว่าเงินสดไม่ใช่ชื่อผู้รับเงิน คือไม่มีการระบุชื่อผู้รับเงินนั้นเอง

มาถึงตรงนี้ก็มาดูเกร็ดความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย ใกล้คุณในการจ่ายเงินของธนาคารกันบ้างครับ โดยทางธนาคารจะจ่ายเช็คให้ใครก็ได้กรณีที่เป็นเช็คผู้ถือ  ซึ่งบางทีอาจจะมีคนลักเช็คไป เขาก็สามารถนำเช็คนั้นไปขึ้นเงินกับทางธนาคารได้ง่าย อีกทั้งเขายังสามารถส่งต่อเช็คนั้นให้บุคคลภายนอกได้

ดังนี้ทางที่ปลอดภัยในการจ่ายเช็คแต่ละครั้งควรจะออกเช็คเป็นเช็คระบุชื่อ และขีดฆ่าคำว่าผู้ถือออกโดย “ระบุข้อความในเช็คว่าห้ามเปลี่ยนมือ”  เพราะจะมีความปลอดภัยมากกว่าเช็คผู้ถือเนื่องจากเช็คประเภทนี้ธนาคารจะออกเงินให้แก่บุคคลที่ถือเช็คอยู่ในมือ

เมื่อเช็คระบุชื่อ และมีข้อความกำกับว่า  “ ห้ามเปลี่ยนมือ ”   มีเพียงคนเดียวที่สามารถขึ้นเงินนั้นได้ คือบุคคลที่เราสั่งจ่ายเช็คนั้นให้เขาเท่านั้น   และเช็คฉบับนั้นไม่สามารถเปลี่ยนมือโดยการสลักหลังเช็ค  จึงทำให้เราในฐานะผู้สั่งจ่ายนั้นไม่ต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอก   รับผิดเฉพาะบุคคลที่เราออกเช็คให้เท่านั้น   ถ้าเราในฐานะผู้สั่งจ่ายเช็คมีข้อต่อสู้ระหว่างผู้รับเงินตามเช็ค เราก็สามารถใช่ยันบุคคลนั้นได้เลย  เช่น เราทำสัญญาซื้อขายรถยนต์กับเขา เราออกเช็คให้เขาไปก่อนที่จะได้มีส่งมอบรถยนต์ให้แก่เรา  หากเขาไม่ส่งมอบรถยนต์ให้แก่เรา  เราก็สามารถปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คกับบุคคลนั้นได้

แต่หากเป็นกรณีที่เป็นเช็คผู้ถือ  เราไม่สามารถใช้ข้อต่อสู้ระหว่างเรากับผู้ขายรถยนต์ไปยันหรือ           ปฏิเสธการชำระเงินตามเช็คกับบุคคลภายนอกผู้ทรงเช็คนั้นได้

นอกจากนี้ การออกเช็คนั้นอาจเป็นความผิดอาญาได้ หากเรามีเจตนาที่จะไม่ใช้เงินตามเช็คนั้น หรือในขณะที่ออกเช็คไม่มีเงินในบัญชี หรือการให้ใช้เงินที่มีจำนวนมากว่าเงินที่มีอยู่ในบัญชี การถอนเงินออกจากบัญชี เพื่อให้เงินที่เหลือไม่เพียงพอที่จะใช้เงินตามเช็คได้ หรือการห้ามธนาคารไม่ให้ใช้เงินนั้นโดยมีเจตนาทุจริต และเมื่อมีการยื่นเช็คเพื่อให้มีการใช้เงินโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่ธนาคารปฏิเสธการใช้เงิน ผู้ออกเช็คจะมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้นผู้ใช้เช็คเองก็ต้องระมัดระวังกันเอาไว้สักหน่อยนะครับ เรื่องการออกเช็คก็เสี่ยงโดนคดีอาญาได้ง่ายๆ เหมือนกัน

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง ๕๒๘๘/๒๕๕๖

จำเลยจงใจเขียนเช็คทั้งสองฉบับด้วยการลงลายมือชื่อในเช็คไม่เหมือนตัวอย่างที่ให้ไว้แก่ธนาคารและจงใจเขียนตัวเลขอารบิคให้แตกต่างกันอีก พฤติการณ์ดังกล่าวส่อแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตเพื่อให้ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน  เนื่องจากจำเลยรู้ดีอยู่แล้วว่าไม่มีเงินในบัญชีของธนาคารดังกล่าว การกระทำของจำเลยเป็นการออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น  อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 (1).