การที่ในปัจจุบันสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสื่อ ออนไลน์ หรือ การรายงานข่าว เรามักจะสังเกตได้ว่า มักจะมีการรายงานข่าวว่า มีคนร้ายบุกเดียวเข้าปล้นธนาคารหรือ ห้างทองต่างๆ การที่สื่อใช้คำว่าปล้นร้านทองนั้นถูกต้องหรือป่าวเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่  วันนี้ผมจึงจะมาให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ ลักทรัพย์ ชิงทรัพย์  ปล้นทรัพย์  ว่ามีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

            อย่างแรกเรามาดูกันว่าความผิดฐานลักทรัพย์เป็นอย่างไร  ลักทรัพย์  คือ การเอาทรัพย์ของผู้อื่นหรือผู้อื่นเป็นเจ้าของร่วมอยู่ด้วยไปโดยทุจริต  เป็นการเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยฝ่าฝืนความยินยอมของเจ้าของทรัพย์หรือ ผู้ครอบครองทรัพย์นั้น  ซึ่งการเอาไปนั้นต้องมีลักษณะที่มีเจตนาที่จะตัดกรรมสิทธิ์ในทรัพย์  เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตัวเองหรือผู้อื่น

            ส่วนความผิดฐานลักทรัพย์และความผิดฐานชิงทรัพย์ แตกต่างกันตรงที่ว่าความผิดฐานชิงทรัพย์นั้นต้องประกอบด้วยการลักทรัพย์โดยต้องใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้าย “เพื่อ”

       1.ให้ความสะดวกแก่การลักทรัพย์ หรือ พาทรัพย์นั้นไป

  1. ให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์นั้น
  2. ยึดถือทรัพย์นั้นไว้
  3. ปกปิดการกระทำความผิดนั้นหรือ

5.ให้พ้นจะการจับกุม

       ดังนั้นจึงเห็นได้ว่า การชิงทรัพย์นั้นจะต้องมีการใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้าย  ดังข้อที่ 1 ถึง ข้อที่ 5   ซึ่งเป็นกรณีที่แตกต่างกับความผิดฐานลักทรัพย์ เพราะลักทรัพย์นั้นจะไม่มีการใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้าย ความผิดฐานลักทรัพย์เป็นความผิดพื้นฐานของความผิดฐานชิงทรัพย์  หากมีการลักทรัพย์เกิดขึ้นแล้วมีการใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้าย  จะเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ทันที

ความผิดฐานชิงทรัพย์  มีความผิดฐานลักทรัพย์เป็นองค์ประกอบรวมอยู่ด้วยดังนี้  ถ้าการกระทำไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ไปเสียแล้ว   แม้จะมีการใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้าย ก็ไม่อาจเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ได้อย่างแน่แท้

         ผมจะข้อยกตัวอย่างให้เห็นชัดขึ้น  เช่น  นายดำ เห็นนายแดงหยิบปากาด้ามหนึ่งไป โดยที่นายดำเข้าใจว่าปากกาด้ามดังกล่าวเป็นของตนเองโดยสุจริต แต่แท้ที่จริงแล้วปากกาด้ามนั้นเป็นของนายแดง  นายดำจึงไปแย่งปากกาจากนายแดงเพื่อเอามาเป็นของตน     นายแดงไม่ยอมนายดำจึงใช้ไม้ตีนายแดง  จนในที่สุดนายดำได้ปากกาแทงนั้นมา

         การกระทำดังข้างต้นของนายดำไม่มีความผิดฐานชิงทรัพย์เพราะการกระทำดังกล่าวนั้นไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์    เพราะไม่ครบองค์ประกอบของความผิดฐานลักทรัพย์  เนื่องจากนายดำนั้นไม่มีเจตนาอันเป็นองค์ประกอบภายใน ที่จะเอาทรัพย์ของผู้อื่นไป  เพราะนายดำเข้าใจว่าเป็นทรัพย์ของตัวเอง  แม้จะมีการใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้ได้ทรัพย์นั้นมานายดำก็ไม่ความผิดฐานชิงทรัพย์

                        มาถึงสิ่งที่เป็นประเด็นที่เราจะพูดถึงกันว่าการที่สื่อต่างๆใช้คำว่า  มีคนร้ายบุกเดี่ยวเข้าไปปล้นธนาคาร หรือ ห้างทอง นั้นจะเป็นประการใด  การปล้นทรัพย์นั้นต้องเป็นการชิงทรัพย์ตามที่กล่าวมาแล้วตามข้างต้น   กล่าวคือ

                            ข้อ 1.จะต้องมีความผิดฐานลักทรัพย์เกิดขึ้น

                            ข้อ 2. และการลักทรัพย์ดังกล่าวนั้น เป็นการใช้กำลังประทุษร้าย หรือ ขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้าย

                            ข้อ 3. จะต้องมีผู้ร่วมการกระทำ ลักทรัพย์และชิงทรัพย์ร่วมกันตั้งแต่ง 3 คนขึ้นไป

ดังนั้นการกระทำที่จะเป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์จะต้องประกอบด้วย ผู้ใดชิงทรัพย์โดยร่วมกันกระทำความผิดด้วยกัน ตั้งแต่สามคนขึ้นไป ผู้นั้นกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์  ต้องประกอบตามข้อ 1. ถึงข้อ 3

                        ฉะนั้นการที่สื่อต่างๆเสนอข่าวว่ามีคนร้ายบุกเดียวเข้าไปปล้นธนาคาร  โดยถืออาวุธแล้วข่มขู่ให้พนักงานธนาคาร ส่งเงินให้จึงไม่ถูกต้องตามกฎหมาย  เพราะว่าผู้กระทำความผิดนั้นมีเพียงแค่คนเดียว  จึงไม่อาจเป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์ได้เลย  เป็นได้แต่เพียงความผิดฐานชิงทรัพย์เท่านั้นครับ.