กว่าจะเป็นทนายความ ภาค 1
(เตรียมตัว เตรียมใจ ก่อนสอบใบอนุญาตทนายความ )

เนื่องจากน้องที่สำนักงานได้ข่าวดีคือสอบผ่าน ใบอนุญาตทนายความ ภาคปฎิบัติ ลุงหนวดจึงได้โอกาสเขียนบทความนี้ เพื่อเล่าประสบการณ์และวิธีการสอบใบอนุญาตทนายความให้ผู้อ่านทุกท่าน

สำหรับนิสิตนักศึกษาที่มีความฝันจะทำงานในวงการสายงานกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นนักทนายความ อัยการ หรือแม้แต่ระดับอย่างผู้พิพากษา  มีจำนวนไม่น้อยที่ผ่านการสอบ “ ใบอนุญาตทนายความ ” มา หรือที่เรียกกันอย่างย่อว่า “สอบตั๋วทนาย”  ซึ่งเป็นการใช้คำเรียกที่ไม่ถูกต้องนัก   เนื่องจากอาชีพทนายความเป็นวิชาชีพ สาขาหนึ่ง การที่จะเป็นทนายความได้ต้องผ่านการทดสอบจึงสามารถได้รับใบอนุญาติให้เป็นทนายความได้

ใบอนุญาตทนายความ

             ความสำเร็จหลักสำเร็จการศึกษาใบปริญญาจากคณะหรือสาขานิติศาสตร์กลับไม่ใช่เส้นชัยที่จะได้ทำงานในวงการกฎหมายอย่างที่ฝันไว้ซะทีเดียว แต่นี่คือจุดเริ่มต้นที่จะทำให้มีสิทธ์เข้าสอบใบอนุญาตทนายความ  โดยหลายคนอาจจะยังสับสนกับขั้นตอน วิธีการเข้าร่วมสอบใบอนุญาตทนายความว่าจะต้องทำอย่างไรบ้างและจะต้องเริ่มต้นอย่างไร

“ ใบอนุญาตให้เป็นทนายทนายความ ” คืออะไรและมีความสำคัญอย่างไร ?

ความสำคัญของใบอนุญาตในเป็นทนายความนี้ ถือว่ามีความสำคัญสำหรับการประกอบวิชาชีพเป็นอย่างมาก แค่อาศัยแค่เพียงความรู้จากตำราที่จบการศึกษามาก็ยังไม่สามารถที่ใช้ประโยชน์ในจริงในแง่การประกอบอาชีพ หรือเข้าใจง่ายๆก็คือหากต้องการที่จะขึ้นว่าความหรือประกอบอาชีพ ทนายความ อย่างถูกกฎหมายแล้วละก็จะต้องมี “ ใบอนุญาตให้เป็นทนายทนายความ ” เป็นใบเบิกทางเพื่อใช้ในการประกอบอาชีพนั้นเอง

โดยการสมัครสอบกับสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความ แห่งสภาทนายความจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท

  1. การสอบแบบตั๋วปี

โดยผู้สมัครสอบจะต้องฝีกงานอยู่ในสำนักงานทนายความและมีใบรับรองการฝึกงานมาแล้วเป็นเวลา 1 ปี จึงจะมีสิทธิเข้าร่วมและลงทะเบียนสอบได้ ทั้งนี้ผู้สมัครสอบจะต้องแจ้งรายละเอียดในการฝึกงานในสำนักฝึกอบรมวิชาเสียก่อนว่า มีความประสงค์ที่จะฝึกงานในสำนักทนายความที่ใด โดยการสอบก็จะแบ่งออกเป็นขั้นตอน

  • ฝึกงานในสำนักทนายความตามที่แจ้งไว้กับสำนักฝึกอบรมวิชา
  • เมื่อครบเวลา1 ปี จึงจะมีสิทธิลงทะเบียนสอบ
  • เมื่อสอบผ่านก็จะมีการสอบสัมภาษณ์
  • และเมื่อสอบผ่านในทุกขั้นตอนแล้ว ก็จะมีการอบรมมารยาทและจริยธรรมเพื่อใช้ในการประกอบอาชีพ
  • หลังจากนั้นจึงยื่นความประสงค์เพื่อจดทะเบียนรับใบอนุญาตให้เป็นทนายจากสภาทนายความตามขั้นตอนต่อไป
  1. การสอบแบบตั๋วรุ่น

การสอบแบบนี้แตกต่างจากสอบแบบตั๋วปี ก็คือ ผู้สมัครสอบจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้ารับการฝึกอบรมวิชาว่าความกับสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความ ที่จะเปิดให้เข้าอบรมกันเป็นรุ่นๆไป ซึ่งจะแบ่งสัดส่วนออกเป็นดังนี้

  • การอบรมและการสอบภาคทฤษฏี 6 เดือน
  • การอบรมและการสอบภาคปฏิบัติ 6 เดือน
  • และเมื่อสอบผ่านในทุกขั้นตอนแล้วก็จะต้องเข้าก็จะมีการอบรมมารยาทและจริยธรรมเพื่อใช้ในการประกอบอาชีพเช่นเดียวกันกับตั๋วปี ก่อนจะยื่นความประสงค์เพื่อจดทะเบียนรับใบอนุญาตให้เป็นทนายจากสภาทนายความตามขั้นตอนต่อไป

“โดยไม่ว่าการสอบแบบตั๋วรุ่นหรือตั๋วปี ก็จะไม่มีความแตกต่างกันในแง่การใช้ในการประกอบวิชาชีพ เพราะเมื่อสอบผ่านตามขั้นตอนแล้วก็สามารถนำไปใช้เป็นใบเบิกทางในการว่าความหรือเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายได้เช่นเดียวกัน”

2-1

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสอบใบอนุญาตทนายความ 

  1. มีสัญชาติไทย
  2. สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าจากคณะหรือสาขานิติศาสตร์จากสถาบันที่สภาทนายความอนุมัติ
  3. เป็นผู้ที่ประพฤติอยู่ในศีลธรรมอันดี หรือไม่บกพร่องซึ่งการกระทำอันดี รวมไปถึงปราศจากพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงที่จะก่อนให้เกิดความไม่น่าไว้ใจหรือไม่ซื่อสัตย์สุจริต
  4. ไม่อยู่ในระหว่างการต้องโทษจำคุกหรือคำพิพากษาให้ต้องโทษจำคุก
  5. ไม่เป็นโรคติดต่อซึ่งสังคมรังเกียจ

จากคุณสมบัติข้างต้นที่ได้กล่าวไปนั้น หากผู้ใดมีความประสงค์ที่จะเข้าสอบตั๋วทนายก็อาจจะพอทราบดีเบื้องต้นอยู่แล้วว่าตนเองสามารถเข้าร่วมการสอบได้หรือไม่ ทั้งนี้ผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนจะต้องเตรียมเอกสารเพื่อประกอบการสมัครดังต่อไปนี้

  1. หนังสือรับรองคุณวุฒิระดับชั้นปริญญาตรีหรือเทียบเท่าทางคณะหรือสาขานิติศาสตร์(ฉบับภาษาไทย) จากสถาบันการศึกษาหรือมหาลัยที่สภาทนายรองรับ หนังสือชุดนี้จะต้องออกโดยสถานศึกษาเหล่านี้เท่านั้น โดยจะต้องเตรียมสำเนา(ฉบับถ่ายเอกสาร) จำนวน1 ชุด และที่สำคัญจะต้องแนบตัวจริงประกอบการสมัครด้วย
  2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรข้าราชการ1 ชุด (หากมีการเปลี่ยนชื่อสกุลก็จะต้องแนบเอกสารการเปลี่ยนชื่อไว้ด้วย 1 ชุด)
  3. สำเนาทะเบียนบ้าน1 ชุด
  4. รูปถ่ายขนาด1 นิ้วจำนวน 4 รูป โดยจะต้องเป็นรูปถ่ายในชุดสุภาพ และถ่ายมาไม่เกินไปกว่า 6 เดือน
  5. สำหรับผู้ที่เคยต้องคำพิพากษาโทษทางวินัย จะต้องแนบสำเนาคำพิพากษาประกอบการสมัครด้วยจำนวน1 ชุด
  6. เอกสารประกอบพิเศษสำหรับสุภาพสตรีที่เคยสมรส หรือมีการหย่าร้างเป็นอันให้คำนำหน้าชื่อในบัตรประชาชนกับ เอกสารรับรองการศึกษา หรือเอกสารประกอบอื่นๆต่างกัน)

นอกจากเอกสารในการสมัครแล้วนั้น ผู้ที่จะเข้าร่วมสอบจะต้องมีการเตรียมค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ โดยแยกออกเป็น “ค่าลงทะเบียนสมัครเข้ารับการฝึกอบรม และค่าลงทะเบียนสอบภาคทฤษฎี รวม 3,000 บาท” แต่สำหรับผู้ที่เคยเข้ารับการอบรมแล้วสามารถชำระแต่เพียงแค่ธรรมเนียมในการสอบภาคทฤษฎี 1,350 บาทเท่านั้น

เมื่อเตรียมตัวและเอกสารพร้อมค่าธรรมเนียมเรียบร้อยแล้ว ผู้สมัครจะต้องติดตามข่าวจากสภาทนายความว่ามีการเปิดสอบกันวันที่เท่าไรจากสภาทนายความ และภายในเวลาตามกำหนดการผู้สมัครจะต้องซื้อใบสมัครและยื่นคำร้องขอเข้าร่วมได้ด้วยตนเองที่ สำนักฝึกอบรมวิชาว่าความสภาทนายความ http://www.lawyerscouncil.or.th/web/

หลังจากทราบข้อมูลของความสำคัญของใบอนุญาตหรือตั๋วทนาย รวมไปถึงขั้นตอนการเตรียมและการสมัคร แล้วนั้นยังมีรายละเอียดในเรื่องของข้อสอบทั้งภาคปฏิบัติและภาคทฤษฎีให้ได้ติดตามกันต่อไปกับ รู้ก่อน เตรียมตัวก่อนกับข้อสอบทนาย”