หลายคนกำลังหวดผวากับความเสี่ยงที่อาจจะผิดกฎหมายในการเล่นสื่อออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ “ Facebook ” เพราะความรวดเร็วของกระแสสื่อที่เข้าถึงได้ง่ายและรวดเร็ว นั้นหมายความว่าหากเป็นเรื่องที่ดีก็จะส่งผลดีมากในแง่การเผยแพร่ แต่หากเป็นเรื่องที่เป็นผลเสีย ด้านลบ ก็มีโอกาสที่ผิดต่อกฎหมายและสร้างความเสื่อมเสีย

จากข่าวหน้าหนังสือพิมพ์ที่มีให้เห็นกันอยู่แทบทุกวัน ก็คือข่าวการทำผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ คอมพิวเตอร์ ซึ่งหลายคนอาจจะคิดว่ากฎหมายนี้มีเพียงแต่การโพสข้อความหมิ่นประมาท หรือสร้างความเสื่อมเสียให้กับผู้อื่นเพียงเท่านั้นหรือไม่ แต่จริงๆแล้วกฎหมายตัวนี้ครอบคลุมแทบทุกอย่างเกี่ยวกับการกระทำผิดบนการใช้สื่อออนไลน์ และหากคุณไม่รู้ว่าอะไรคือสิ่งผิดกฎหมายในการใช้สื่อโซเชียล ก็หมายถึงความเสี่ยงที่อาจจะทำให้ผิดกฎหมายและมีสิทธิติดคุกหัวโตได้เลยทีเดียว

Facebook

สำหรับตัวแม่บทกฎหมายว่า การทำผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ คอมพิวเตอร์ ซึ่งมีความละเอียดและค่อนข้างทีจะซับซ้อนมากพอสมควร จึงขอเน้นไปที่สิ่งที่หลายคนมีความเสี่ยงที่จะเผลอทำผิดกฎหมายเอาได้โดยไม่รู้ตัวจากสื่อออนไลน์ที่เล่นกันอยู่ทุกวัน

3 ปัญหาที่พบมากและเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมายทาง Facebook

จากข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ระบุเอาไว้ว่า มีประชาชนคนไทยไม่น้อยที่ใช้งานสื่อออนไลน์อย่างเฟสบุคโดยปราศจากความรู้ความเข้าใจกฎหมายตาม พ.ร.บ คอมพิวเตอร์  ซึ่งสำหรับประเทศไทยของเราแล้วนั้นหากวัดกันที่จำนวนผู้สมัครใช้เฟสบุคอาจจะมีมากกว่าจำนวนของประชากรไทยเสียด้วยซ้ำ

  1. ถูกใจกด Like โดนใจกด Share

    เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยมา และการแชร์ส่งต่อข้อความและรูปภาพบนหน้าเฟสบุคนี้เอง คือการส่งต่อสารที่รวดเร็วที่สุดในยุคนี้ โดยการกระทำเช่นนี้ถือว่ามีความเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัวเอาได้ง่ายๆ เพราะหากสิ่งที่กด Like หรือ Share ออกไปนั้นเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย “ตัวผู้แชร์เองจะถูกดำเนินคดี และมีสิทธิติดคุกได้”  โดยความผิดตาม กฎหมายตาม พ.ร.บ คอมพิวเตอร์ มาตรา 15  ซึ่งระบุไว้ว่า “ข้อหาสนับสนุน ยินยอมให้คนอื่นเผยแพร่ข้อมูลที่กระทบให้ผู้อื่นเดือดร้อน เสียหาย กระทบความมั่นคงของรัฐ และอื่นๆ”

 แต่การกระทำนี้ก็สามารถป้องกันได้ง่ายเพียง ตรวจสอบสิ่งที่ตัวเองการโพสข้อความหรือรูปภาพนั้น ว่าเป็นเรื่องจริง และเกิดความเสียหายต่อผู้อื่นหรือไม่ มากน้อยเพียงใด รวมไปถึงความมั่นคงของประเทศ ภาพลามกอนาจาร

 2         

        2.การตัดต่อภาพ และการโพสข้อความหมิ่นประมาทผู้อื่น

การตัดแปลงตัดต่อภาพของผู้อื่นนั้น อาจจะมีความผิดในเรื่องของการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และรวมไปถึงข้อความที่หมิ่นประมาท ทำล้ายชื่อเสียงของผู้อื่นก็มีความผิดไม่น้อยไปกว่ากันเลย โดยความผิดตามกฎหมายตาม พ.ร.บ คอมพิวเตอร์ มาตรา 16 ระบุไว้ว่า

 ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ซึ่งข้อมูล คอมพิวเตอร์ที่ปรากฏเป็นภาพของผู้อื่น และภาพนั้นเป็นภาพที่เกิดจากการสร้างขึ้น ตัดต่อ เติม หรือดัดแปลงด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใด ทั้งนี้ โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้น เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือ ปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 ถือว่าการกระทำเช่นนี้ เกิดขึ้นได้ง่ายมากๆ ทั้งเนื่องมากจากอารมณ์ของผู้โพสในขณะนั้น และบ้างครั้งปัญหานี้เกิดขึ้นความสนุกสนานเพียงเท่านั้น จนเกิดความเสียหายไปในวงกว้างเพราะความรวดเร็วของการส่งต่อสื่อเพียงเท่านั้น

     3.การกระทำที่ละเมิด กฎหมายลิขสิทธิ์ บนสื่อออนไลน์

ปัญหาเรื่องนี้เกี่ยวบ่อยและสะสมมากนานมากสำหรับประเทศไทย ไม่เพียงแต่การละเมิดลิขสิทธิ์ในสื่อออนไลน์เพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์แทบทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นสินค้า การลอกเลียนแบบรูปภาพ ภาพถ่าย และอื่นๆอีกมากมาย

ทั้งนี้ในสื่อออนไลน์ที่เกิดขึ้นบ่อยมากที่สุดก็คือ “การนำรูปจากเว็บไซด์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปถ่าย รูปวาด โดยไม่มีการอ้างแหล่งที่มาอย่างถูกต้อง ว่านำสื่อเหล่านี้มาจากไหน ?” อาจจะทำให้ผู้ที่อ่านสื่อเชื่อได้ว่าภาพหรือข้อความเหล่านี้ ผู้โพสเป็นผู้สร้างขึ้นมาเอง และนี่หมายถึงการกระทำที่ละเมิด กฎหมายลิขสิทธิ์ บนสื่อออนไลน์ ซึ่งอาจจะเจอโทษจำคุก 6 เดือน และปรับ 2 แสนบาท

ก็ควรจะมีการอ้างอิงแหล่งที่มาอย่างถูกต้อง และไม่มีการแสวงหาผลกำไรเกิดขึ้น  “โดยเพจขายของสามารถทำได้ โดยอ้างอิงแหล่งที่มาชัดเจน สำหรับบทความหรือโพสที่ให้ความรู้และบรรยายเรื่องราว แต่จะต้องไม่ใช่โพสเพื่อการขายของโดยตรง จึงจะไม่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น”

 3

เพื่อเป็นการเล่น Facebook ได้อย่างสบายใจและไม่ต้องกังวลว่าสิ่งที่เราจะโพสอันต่อไป มันผิดกฎหมายและมีความเสี่ยงที่จะส่งผลให้การกระทำนั้นผิดกฎหมายหรือไม่ ก็ควรจะตรวจสอบสิ่งที่จะโพสให้เป็นอย่างดีและต้องมั่นใจว่า สิ่งนั้นจะเป็นเรื่องไม่ส่งผลเสียต่อประเทศชาติ ไม่มีการละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคลของผู้อื่นจนก่อให้เกิดความเสียหาย ความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น  “เพราะสุดท้ายแล้วเมื่อความเสียหายเกิดขึ้นกับผู้อื่นหรือประเทศชาติแล้วละก็ กฎหมายตาม พ.. คอมพิวเตอร์ ที่มีหน้าที่ป้องกันความเสีย คุ้มครองทุกคนที่ใช้สื่อออนไลน์ จะมีผลบังคับใช้และอาจส่งผลให้ตัวคุณนั้นติดคุกตัวโตกันได้เลยทีเดียว”